อย่างที่รู้กันค่ะว่า “บ้าน-คอนโด”เป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงมาก ฉะนั้น คนซื้อบ้านเกือบร้อยทั้งร้อยจะต้องพึ่งพิงกู้เงินจากธนาคารเพื่อมาซื้อบ้าน แต่แม้ว่าตอนกู้เราจะมีบ้านเป็นหลักประกันจำนองก็ตามก็ใช้ว่าการกู้แต่ละครั้งจะผ่านฉลุยง่ายๆ การเก็บ(เงิน)ก่อนกู้ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหายุ่งยากในการกู้ที่อาจตามมานั่นเอง

การเก็บก่อนกู้ : จะเป็นการเตรียมตัวก่อนการซื้อบ้านที่ผู้กู้ควรจะต้องยึดเป็นหลักปฏิบัติ และเป็นเรื่องแรกที่ต้องนึกถึงเมื่อคิดจะซื้อบ้าน แต่ถ้าจะเก็บออมให้ได้ครบเท่าราคาบ้านก็คงไม่ไหว เพราะต้องใช้เวลานาน ที่สำคัญถ้าเก็บทีละน้อยกว่าจะครบจำนวน ราคาบ้านก็คงไปไกลแล้ว ดังนั้น เก็บหรือออมให้เพียงพอสำหรับการดาวน์บ้านและค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ได้แล้วค่ะ

สำหรับ วิธีออมเงิน : คนส่วนใหญ่มักที่จะเลือกวิธีเก็บหรือออมเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแล้ว เรียกว่า เหลือเท่าไหร่ก็เก็บไว้เท่านั้น แต่วิธีนี้ไม่ถูกต้อง เพราะบางเดือนเราอาจไม่มีเงินเหลือให้เก็บก็ได้ ดังนั้น แนวคิดของการออมเงินที่ถูกต้องคือ ต้องตั้งเป้าหมายว่าจะเก็บออมจากรายได้สักกี่เปอรเซ็นต์ เช่น 10% หรือ 20% ของรายได้ประจำ เหลือเท่าไหร่จึงนำไปใช้จ่าย ต้องใช่วิธีนี้เท่านั้นถึงจะสามารถออมเงินได้ตามเป้าหมายได้จ้า

ทำไมต้องเก็บออมก่อนกู้บ้าน-คอนโด ?
เพราะการออมเงินนอกจากจะทำให้เรามีเงินใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์แล้ว เช่น ออมเงินเพื่อซื้อบ้าน หรือเก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศ แต่มากกว่านั้น การออมเงินหรือฝากเงินกับธนาคารเป็นประจำยังเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงได้ว่า(เรา)ผู้กู้มีคุณสมบัติที่ดีพร้อมที่จะได้รับการอนุมัติให้กู้สินเชื่อบ้านได้  ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารจะมองใน 2 ประเด็นหลัก คือ ความสามารถในการชำระหนี้ เพราะการนำเงินฝากจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ย่อมแสดงได้ว่าเมื่อได้กู้ยืมเงินไปแล้ว ผู้กู้ที่มีการออมเงินก็น่าจะสามารถชำระหนี้คืนได้ค่อนข้างแน่นอน และความตั้งใจที่จะชำระหนี้ เพราะได้นำเงินฝากเป็นประจำในระยะเวลาเป็นปีหรือสองปี ย่อมแสดงถึงความตั้งใจที่ดีในการผ่อนชำระคืน

ฉะนั้นแล้ว การออมหรือเก็บเงินทุกเดือนในจำนวนเท่าๆกัน เป็นการออมที่ได้ผลประโยชน์มาก และยังใช้เป็นหลักฐานในการขอกู้จากธนาคาร ที่ได้แต้มต่อมากกว่าคนที่ไม่มีเงินเก็บเป็นไหนๆเงินออมมีไว้เพื่อวางเงินจอง ชำระเงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงค่าตกแต่ง และเงินออมอีกก้อนหนึ่ง มีไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ถูกลดเงินเดือน/รายได้ หรือถูกให้ออกจากงาน เงินก้อนนั้นน่าจะพอผ่อนชำระธนาคารไปพลางๆ จนกว่าจะได้งานใหม่ เพื่อจะได้ไม่ผิดนัดชำระหนี้ และไม่มีประวัติหนี้เสีย

ที่มา : Home Buyers Guide